Rechercher dans ce blog

Friday, December 16, 2022

4Divinity เปิดตัวเกมแอคชันถล่มจักรกล "Atomic Heart" พร้อมตั้งกองทุนผลักดันนักพัฒนาเกม - ผู้จัดการออนไลน์



4Divinity บริษัทจัดจำหน่ายเกมในเครือ GCL ประกาศเป็นตัวแทนจำหน่ายเกม "Atomic Heart" บนแพลตฟอร์ม PC ผ่านร้านค้า Steam และแพลตฟอร์ม PlayStation ในเอเชีย พร้อมตั้งกองทุน Games Fund เพื่อผลักดันและจัดจำหน่ายเกมจากผู้พัฒนาเอเซีย

"Atomic Heart" เป็นเกมแอคชัน RPG มุมมองบุคคลที่ 1 (FPS) พัฒนาโดยสตูดิโอ Mundfish เล่าเรื่องราวของโลกคู่ขนาน ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้เล่นจะได้ก้าวเข้าสู่โลกไซไฟอันน่าอัศจรรย์ ที่ซึ่งมนุษย์และสิ่งประดิษฐ์ A.I. อาศัยอยู่ร่วมกัน แต่เมื่อเหล่าเครื่องจักรก่อกบฏต่อมนุษย์ ความสงบสุขก็เริ่มถูกทำลายและกลายเป็นฝันร้ายของมนุษยชาติ


ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Will Major เจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรอง P-3 ที่ถูกส่งเข้าไปค้นหาสาเหตุการปฏิวัติของเหล่าจักรกล โดยมีเป้าหมายคือศูนย์วิจัยโซเวียต Facility 3826 เพื่อเปิดโปงความลับอันดำมืดและการทดลองที่บิดเบี้ยว พร้อมทั้งหยุดยั้งไม่ให้โลกถูกทำลาย

ผู้เล่นจะได้ต่อกรกับศัตรูหลากหลายแบบ ทั้งหุ่นยนต์ เครื่องจักรขนาดยักษ์ และสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ ผู้เล่นจะต้องศึกษาพฤติกรรมของศัตรู และปรับเปลี่ยนสไตล์การต่อสู้เพื่อรับมือศัตรูแต่ละประเภท ใช้ยุทโธปกรณ์อันหลากหลาย ควบคู่กับพลังพิเศษจากถุงมือ Polymer Glove เพื่อเปลี่ยนสภายแวดล้อมให้กลายเป็นอาวุธ หรือรวบรวมวัสดุเพื่อสร้างอาวุธแบบใหม่ในสไตล์ของตัวเอง

"Atomic Heart" จะวางจำหน่ายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2023 บนแพลตฟอร์ม PC (Steam) และ PlayStation โดยแบ่งเป็น 3 Edition ได้แก่
- Standard Edition (PC ราคา 1,490 บาท / PlayStation ราคา 2,343 บาท) เกมตัวเต็ม
- Gold Edition (PC ราคา 2,090 บาท / PlayStation ราคา 3,306 บาท) มาพร้อมเกมตัวเต็มและ Atomic Pass
- Premium Edition (PC ราคา 2,390 บาท / PlayStation ราคา 3,627 บาท) มาพร้อมของทั้งหมดใน Gold Edition พร้อม Digital Artbook และสกินอาวุธระดับพรีเมียม


สำหรับเวอร์ชันแผ่นบลูเรย์ PlayStation 4 และ PlayStation 5 แบ่งเป็น 2 Edition ได้แก่
- Standard Edition (ราคา 2,480 บาท) มาพร้อมแผ่นเกมและชุด Labour & Science Weapon Skin Pack
- Limited Edition (ราคา 3,850 บาท) มาพร้อมแผ่นเกมและ Atomic Pass รวมถึงสกินอาวุธระดับพรีเมียม กล่องใส่แผ่น Steelbook หนังสือ Artbook ชุดสติ๊กเกอร์ และกล่องบรรจุที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

สามารถสั่งจองเกมล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ และติดตามรายละเอียดเกมบนเว็บไซต์ภาษาไทยพร้อมข้อมูลจัดเต็มได้ที่ www.atomicheart.asia

ทำความรู้จัก 4Divinity
4Divinity เป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายเกม ที่มีความมุ่งมั่นในการนำประสบการณ์เกมอันน่าตื่นเต้นจากทั่วโลกมาสู่เอเซีย และแนะนำผลงานของผู้พัฒนาเกมเอเซียสู่เกมเมอร์นานาชาติในเวลาเดียวกัน โดยบริษัทจะร่วมงานกับบริษัทในเครือเดียวกันอย่าง Epicsoft Asia รวมไปถึงผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายเกมเพื่อนำผลผลิตใหม่ ๆ มาสู่ภูมิภาค

ทำความรู้จัก GCL
GCL คือเครือข่ายธุรกิจหลัก 4 ด้าน ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อมอบการบริการอันรอบด้าน ให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานเกมสามารถส่งผ่านประสบการณ์อันแสนสนุกไปยังผู้เล่นมากมายในตลาดเกมที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทวีปเอเซีย โดยบริษัทในเครือ GCL มีสำนักงานสาขาในประเทศต่าง ๆ ถึง 7 ประเทศ ประกอบไปด้วยบริษัท Epicsoft Asia, 4Divinity, 2Game.com และ Titan Digital Media ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานกับผู้พัฒนา ผู้จัดจำหน่าย และเจ้าของแบรนด์สินค้ามากมายเพื่อแนะนำสินค้าสื่อบันเทิงให้กับผู้บริโภคในภูมิภาค

ภายใต้การนำของผู้บริหารมากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเกมอย่างคุณ Jacky Choo เครือบริษัท GCL มีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้านเกมและสื่อการตลาดในทวีปเอเซีย เพื่อมอบประสบการณ์เกมอันน่าตื่นเต้นและมีคุณภาพให้กับทั้งภูมิภาค โดยร่วมกับเจ้าของแบรนด์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์

เปิดตัวกองทุน 4Divinity Game Fund
ในฐานะส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของบริษัทในการผลักดันการสร้างผลงานเกมในภูมิภาค เครือ GCL ได้ประกาศเปิดตัวกองทุน 4Divinity Games Fund มูลค่ากว่า $5,000,000 สิงค์โปร์ (ราว 128 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและจัดจำหน่ายเกม PC และคอนโซลจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ โดย CEO ของเครือ GCL คุณ Jacky Choo กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยไอเดียและเรื่องราวมากมาย ที่สามารถดัดแปลงเป็นประสบการณ์เกมที่สนุกและน่าประทับใจได้ โดยเรามีความต้องการจะสนับสนุนเหล่านักพัฒนาเหล่านี้ เช่นเดียวกับที่เราเคยสนับสนุนผู้สร้างคอนเทนต์บน YouTube ผ่านบริษัท Titan Digital Media มาแล้ว ด้วยประสบการณ์อันลึกซึ้งของเราในการร่วมงานกับบริษัทเกมระดับโลกอย่างใกล้ชิดมานานกว่า 16 ปี เพื่อนำประสบการณ์เกม AAA มาสู่ตลาดในภูมิภาค ทำให้เราอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในการเฟ้นหาผลงานที่น่าจะประสบความสำเร็จทั้งในด้านความนิยมและเสียงวิจารณ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบในแง่ดีต่อวงการพัฒนาเกมในภูมิภาคต่อไป”

ผู้พัฒนาหรือผู้จัดจำหน่ายเกมในภูมิภาคที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ หรือต้องการร่วมมือกับ 4Divinity เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการเกมในภูมิภาคต่อไป สามารถติดต่อบริษัท 4Divinity ได้ทางเว็บไซต์ www.4divinity.asia


*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับข่าวสารวงการเกมครับ*

Adblock test (Why?)


4Divinity เปิดตัวเกมแอคชันถล่มจักรกล "Atomic Heart" พร้อมตั้งกองทุนผลักดันนักพัฒนาเกม - ผู้จัดการออนไลน์
Read More

moto G53 มาแล้ว! มือถือ 5G จอ 120Hz แบตอึด 5,000 mAh ราคา?... - Droidsans

ในงานเปิดตัวมือถือเรือธงของ Motorola เมื่อวาน นอกจากจะมี moto X40 เป็นพระเอกของงานแล้ว ยังมีมือถือระดับเริ่มต้นที่เปิดตัวมาพร้อมกันอีก 1 รุ่นนั่นคือ moto G53 ซึ่งก็แอบขโมยซีนอยู่เหมือนกัน เพราะเปิดมาด้วยราคาที่เรียกได้ว่าถูกมาก ๆ สำหรับมือถือที่รองรับ 5G เริ่มต้นเพียงแค่ราว ๆ 4,500 บาทเท่านั้น ส่วนสเปคจะเป็นยังไง ไปดูกัน

moto G53 มาพร้อมกับดีไซน์ยอดนิยมของมือถือในปีนี้ พร้อมเคลือบสารสะท้อนน้ำไว้ที่ตัวเครื่อง (ใครนึกภาพไม่ออกว่าสารที่ว่าเป็นยังไง ให้นึกถึงใบบัวเวลาโดนหยดน้ำ) โดยตัวเครื่องใช้จอแสดงผล LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720 x 1600 พิกเซล) พร้อมรองรับรีเฟรชเรตระดับสูง 120Hz ดีไซน์กล้องเซลฟี่มาในแบบเจาะรู มีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังคู่มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พ่วงด้วยกล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ด้านประสิทธิภาพ moto G53 ไม่ได้ระบุว่าใช้ชิปประมวลผลอะไร ระบุแค่ว่าชิปประมวลผล Octa-Core รองรับ 5G จาก Qualcomm ประกบคู่มาพร้อม ROM ขนาด 128GB รองรับ microSD Card และมี RAM ให้เลือก 2 ขนาด 4GB / 8GB ทำงานบน Android 13 เวอร์ชั่นใหม่ ครอบทับด้วย MyUi 5.0 ส่วนแบตเตอรี่ก็มีขนาดใหญ่จุใจ 5,000 mAh สามารถชาร์จที่กำลังไฟสูงสุด 18W

moto G53 ใช้พอร์ตแบบ USB Type-C 2.0 มีช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. มาให้ แถมยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power และรองรับ NFC ด้วย โดยตัวเครื่องจะมีขนาด 162.7 x 74.7 x 8.2 มม. และหนักประมาณ 183 กรัม

สเปค moto G53

  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ รีเฟรชเรต 120Hz
  • CPU : ชิป Qualcomm Octa-Core ไม่ทราบรุ่น
  • RAM : 4GB / 8GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ microSD Card
  • กล้องหลัง 2 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 50MP (f/1.8)
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 8MP
  • การเชื่อมต่อ : 5G Dual SIM, WiFi , USB Type-C 2.0, ช่องเชื่อมต่อหูฟัง 3.5 มม.
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ข้างตัวเครื่อง), NFC
  • ระบบเสียง : moto SST  รองรับ Spatial Audio
  • แบตเตอรี่ : 5,000 mAh ชาร์จสูงสุด 18W
  • ตัวเครื่องเคลือบสารสะท้อนน้ำ
  • ระบบ Android 13 ครอบทับด้วย My UI 5.0

Motorola moto G53 เปิดตัวในประเทศจีนทั้งหมด 2 รุ่นความจุ และมีตัวเครื่อง 2 สีให้เลือก ได้แก่สีขาว และสีดำ และเปิดให้สั่งซื้อกันแล้วในราคาดังนี้

  • รุ่น 4GB + 128GB ราคา 899 หยวน หรือประมาณ 4,500 บาท
  • รุ่น 8GB + 128GB ราคา 1,099 หยวน หรือประมาณ 5,500 บาท

ในตอนนี้ moto G53 วางขายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น และคาดว่าตัวเครื่องโมเดล Global น่าจะเปิดตัวตามมาในเร็ว ๆ นี้

ที่มา: Lenovo China

Adblock test (Why?)


moto G53 มาแล้ว! มือถือ 5G จอ 120Hz แบตอึด 5,000 mAh ราคา?... - Droidsans
Read More

Thursday, December 15, 2022

เพาเวอร์ มอลล์ กระตุ้นตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโค้งสุดท้าย ส่งความสุขแบบอัพไซส์ จัดงาน POWER MALL ELECTRONICA - มติชน

มหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี
พร้อมสัมผัสโฉมใหม่ สาขา เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์
ภายใต้ NEW FLAGSHIP STORE CONCEPT

เพาเวอร์ มอลล์ (POWER MALL) เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตอกย้ำความเป็นผู้นำ ELECTRONIC LIFESTYLE DESTINATION ของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอที ผนึกกำลัง บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ จัดงาน “เพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า” (POWER MALL ELECTRONICA) มหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ POWER MALL HAPPINESS++” เปิดประสบการณ์อัพไซส์ความสุขให้ทวีคูณยิ่งขึ้น ขนความสุขฉลองปีใหม่ พร้อมทัพเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และGADGET สุดล้ำ ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแบบครบครันจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 200 แบรนด์ พร้อมดับเบิ้ลความคุ้มค่า สินค้าลดสูงสุด 60%, สมาชิก M CARD ลดเพิ่ม 15%, ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน / บัตรกำนัลห้างฯ จากสถาบันการเงิน ระหว่างวันที่ 8 ธันวาคม 2565 – 4 มกราคม 2566 ที่ POWER MALL ทุกสาขา และพื้นที่แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น G เดอะมอลล์ บางกะปิ และ บางแค

นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารห้างสรรพสินค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด (Mr.Jakkrit  Keeratichokchaikun, Chief Executive officer -TR  The Mall Group Co., Ltd.) กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ที่เป็นซีซั่นหลักของการจำหน่ายสินค้า และเป็นช่วงเวลาของการซื้อเพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าในช่วง 2 อาทิตย์สุดท้ายของปี จะเป็นช่วงที่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามีการจับจ่ายสูงที่สุด ประกอบกับผู้ประกอบการแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างแข่งขัน และพัฒนาสินค้าใหม่ๆ พร้อมปรับกลยุทธ์การตลาดมากระตุ้นการจับจ่าย ส่งผลให้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมืองไทยมีอัตราการเติบโต 10% เมื่อเทียบจากต้นปีที่ผ่านมา

เพื่อรองรับความเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพาเวอร์ มอลล์ จึงได้ จับมือกับ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า จัดงาน เพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า มหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ถือเป็น SIGNATURE EVENT ELECTRONIC TRADE SHOW ของเมืองไทย ในช่วงปลายปี ของเพาเวอร์ มอลล์ ที่ลูกค้าให้การตอบรับด้วยดีเสมอมา ภายในงานได้รวบรวมสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที สมาร์ทโฟน ทีวี เครื่องเสียงและแก็ดเจ็ทสุดล้ำ แบบครบครันทุกกลุ่มสินค้า การันตีคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 200 แบรนด์ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ และดีไซน์ที่ทันสมัย รวมถึง สินค้าที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย, สินค้าตามเทรนด์ของผู้บริโภค ในกลุ่ม SMART PHONE & TABLET ที่สามารถเลือกตามฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้ง IPHONE 14 PRO MAX , IPAD , SAMSUNG GALAXY FOLD และ FLIP SERIES, DEVIALET MANIA ฯลฯ , สินค้าขายดีในช่วง WORK FROM HOME ที่ผ่านมา ทั้งกลุ่มสินค้า GAME ที่กำลังได้รับความนิยม ตอบโจทย์คนเล่นเกมส์ที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม CONSOLE GAMING อาทิ SONY PLAYSTATION พร้อมกับ แว่น VR2 หรือ NINTENDO และกลุ่ม PC GAMING ที่คอเกมส์สามารถเลือกอุปกรณ์ได้ ตอบโจทย์ด้านประสิทธิภาพตามความต้องการ

นอกจากนี้ยังรวบรวมสินค้ากลุ่มภาพและเสียง จากกระแสฟุตบอลโลกที่กำลังเกิดขึ้น มารองรับความต้องการของลูกค้าที่มีความต้องการ TV จอใหญ่ โดยเฉพาะขนาดจอที่เป็นที่นิยม คือขนาดใหญ่กว่า 65 นิ้ว ขึ้นไป ที่มีความคมชัด ความละเอียดสูง รวมถึงกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และรสนิยมของผู้บริโภค อาทิ SAMSUNG BESPOKE ที่มาพร้อมดีไซน์ที่สามารถกำหนดเองได้ ทั้งสีและตัวเลือกวัสดุ ที่สามารถเข้ากับห้องครัวได้อย่างลงตัว โดยลูกค้าสามารถปรับแต่งและผสมผสานตู้เย็นให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้, LG WASH TOWER เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าในเครื่องเดียวกัน โดดเด่นที่แผงควบคุมตรงกลาง ที่เชื่อมต่อเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าให้ทำงานร่วมกันโดยอัตโนมัติ สามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีพื้นที่ใช้งานจำกัด

นอกเหนือจากนี้ยังได้รวบรวมสินค้าในกลุ่มการดูแลสุขภาพเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายเฮลตี้เนื่องจากในช่วงสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น กระแสเทรนด์การดูแลสุขภาพและความงาม (PERSONAL CARE & WELLNESS) กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้
เทรนด์สินค้าเรื่องการดูแลสุขภาพเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับการขยายตัวของสังคมเมือง รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตแบบ NEW NORMAL และจากการ WORK FROM HOME ที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคมีความสนใจในไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ทั้งการทำอาหารด้วยตนเอง ทำให้สินค้าในกลุ่ม KITCHEN & COOKING APPLIANCE ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

งาน POWER MALL ELECTRONICA พบกับไฮไลท์สินค้า อาทิ

กลุ่มโมบาย ไอที และแกดเจ็ต (MOBILE, IT & GADGET) พบกับ APPLE SHOP ที่นำเสนอความครบครันของกลุ่มสินค้าใหม่ล่าสุด ทั้ง IPHONE, IPAD, MACBOOK, AIR POD, APPLE WATCH พร้อม APPLE EXPERT ที่พร้อมให้คำแนะนำกับลูกค้า, กลุ่มสินค้า MOBILE อาทิ SAMSUNG, HUAWEI, VIVO, OPPO ที่นำเสนอสินค้าใหม่ SMARTPHONE & TABLET 5G  พร้อม WORKSHOP ให้ความรู้และเทคนิคพิเศษอย่างมืออาชีพ นอกจากนี้ยังนำเสนอ NEW FLAGSHIP BRAND CONCEPT ด้วยแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มสินค้า SMART AUDIO สัมผัสประสบการณ์ของพลังเสียงเหนือระดับ จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ DEVIALET, BOSE, B&O อีกทั้งยังมีกลุ่มสินค้า COMPUTER & GAME แบบครบครัน อาทิ MICROSOFT, LENOVO , ASUS, HP, ACER, DELL ฯลฯ และยังเพิ่มเติมความครบ จบในที่เดียวกับกลุ่มสินค้าเกมส์ ทั้ง CONSOLE GAME , PC GAME จากแบรนด์ชั้นนำ MSI, SONY PLAY STATION, NINTENDO

กลุ่มทีวี (TV) กับการนำเสนอทีวีจอใหญ่ ขนาด 65 นิ้วขึ้นไป ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เพื่อตอบเทรนด์พฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบทั้งด้านภาพและเสียง โดยนำเสนอด้วย NEW CONCEPT STORE จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ SAMSUNG NEO QLED 8K ความคมชัดไร้ขอบเขต อีกระดับของความสมบูรณ์แบบ, LG OLED EVO 4K ซีรีส์ G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ GALLERY บางเฉียบสวยเรียบกับผนัง, SONY BRAVIA XR SERIES ทีวี 4K FULL ARRAY LED เต็มอรรถรสด้วยสุดยอดเทคโนโลยีจากชิป COGNITIVE PROCESSOR XR™ ที่ UPSCALE ให้ภาพเสมือน 4K คมชัดสมจริงกว่าที่เคย

กลุ่มสินค้าภายในบ้านขนาดใหญ่ (HOME APPLIANCE) ได้แก่ SAMSUNG BESPOKE สัมผัสประสบการณ์ BESPOKE ครบทุกรุ่นที่เดียวในไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละคนได้ในแบบที่ไม่ซ้ำกัน, LG​ OBJET COLLECTION ที่มาพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายสีสัน ตอบโจทย์ทุกดีไซน์ สะท้อนไลฟ์สไตล์ในแบบที่เป็นคุณ, ELECTROLUX มาพร้อม NEW CONCEPT ULTIMATE HOME นำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการเลือกสินค้า พร้อมส่งต่อเทคโนโลยีชั้นยอด ที่มาพร้อมดีไซน์ที่สวยงาม รวมถึงแบรนด์ ชั้นนำอื่นๆ ที่มาพร้อมเทรนด์สินค้า CONNECTIVITY ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

กลุ่มสินค้าภายในบ้านขนาดเล็ก (SMALL APPLIANCE) และกลุ่มสินค้า HEALTH & COOKING ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตภายในบ้าน ด้วยประสบการณ์ใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ DYSON AIRWRAP™ เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่จะทำให้การดูแลและจัดแต่งทรงผมง่ายกว่าที่เคย ทั้งการม้วน จัดแต่งทรงทำให้ผมเรียบลื่น โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูง, NESPRESSO VERTUO NEXT DELUXE เต็มอรรถรสของกาแฟ และเติมความสดชื่นได้ทุกวัน พร้อมการเชื่อมต่อกับ BLUETOOTH + WIFI เพื่อความสะดวกสบายในทุกไลฟ์สไตล์, HEALTH & COOKING อาทิ PHILIPS SMART AIRFRYER XXL หม้อทอดระบบ AI อัจฉริยะ ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายในการทำอาหารได้มากยิ่งขึ้น

งาน “เพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า” ในครั้งนี้ ยังมาพร้อมความพิเศษ ด้วยโฉมใหม่ ของ POWER MALL เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ที่มีคอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุด ด้วยพื้นที่โดยรวมกว่า 4,200 ตร.ม. ถือเป็นเดสติเนชั่นใหม่ล่าสุดของเครื่องใช้ฟ้า มาตอบโจทย์ลูกค้าในย่านสุขุมวิท ที่เป็นย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยหลักใจกลางเมือง ที่มี RESIDENT และ CONDOMINIUM จำนวนมาก โดยมี FLAGSHIP STORE CONCEPT ที่แรกในไทย โดยเฉพาะกลุ่ม PREMIUM SEGMENTATION เช่น  APPLE SHOP, SAMSUNG MOBILE, DEVIALET, BOSE, B&O, DYSON, SMEG, NESPRESSO, OSIM,

กลุ่มสินค้า IT & GAMING มาในคอนเซ็ปต์ NOTEBOOK BRAND CORNER และPOWER MALL GAME SQUARE ที่นำเสนอสินค้า NOTEBOOK ครบทุกแบรนด์ อาทิ  MICROSOFT SURFACE , LENOVO, ASUS ที่กลุ่มคอเกมส์สามารถสัมผัสได้ทั้ง CONSOLE GAMING อย่าง SONY PLAYSTATION, NINTENDO, และ PC GAMING

กลุ่มสินค้าทีวี กับ CONCEPT ใหม่ทุกแบรนด์ ภายใต้ ไลฟ์สไตลทีวี โดยพบกับการเปิดตัวที่แรกของ SAMSUNG MICRO LED ขนาด 110 นิ้ว สุนทรียความบันเทิงเหนือจินตนาการ ที่มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำเรียบหรู ให้เข้าถึงคอนเทนต์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ปกติ 6,499,990 บาท เฉพาะ ในงานนี้ ลดเพิ่ม 500,000 บาท นอกจากนี้พบกับ LG OLED EVO 4K รุ่น 77G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ GALLERY บางเฉียบสวยเรียบกับผนัง เป็นจอ OLED EVO ที่สว่างกว่ารุ่นก่อนถึง 30% มอบภาพดำสนิทและคอนทราสต์ได้ดีเยี่ยม เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์  โดยเฉพาะสายคอหนัง รองรับระบบภาพ DOLBY VISION IQ และระบบเสียง DOLBY ATMOS เสมือนยกโรงภาพยนตร์มาไว้ที่บ้าน

กลุ่มสินค้า LIFE STYLE APPLIANCE กับคอนเซ็ปต์ CONECTIVITY อาทิ  SAMSUNG, LG, ELECTROLUX , BOSCH ที่มาตอบโจทย์ลูกค้าในกลุ่มบ้านและคอนโด ที่ต้องการเครื่องใช้ในบ้านชิ้นใหม่ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสินค้า COOKING LIFESTYLE ที่รวบรวมไว้ให้ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการก่อนตัดสินใจซื้อ พร้อมไฮไลท์ FLAGSHIP STORE BRAND CONCEPT อย่าง DYSON, NESPRESSO, SMEG มาพร้อมกับคำแนะนำการใช้งานจาก BRAND EXPERT รวมถึงยังมีสินค้าในกลุ่ม SMART HOME&SECURITY ที่เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบาย และความปลอดภัยทั้งในบ้าน และคอนโด

นอกเหนือจากความพิเศษของเทคโนโลยีสินค้า POWER MALL ยังมอบความคุ้มค่าแบบดับเบิ้ลครั้งยิ่งใหญ่กับโปรโมชั่นส่งท้ายปี อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี เครื่องเสียง และสินค้าไอที ลดสูงสุด 60%, รับฟรีคูปอง ส่วนลดเงินสดสูงสุด 20,000 บาท, สมาชิก M CARD ลดเพิ่ม 15%, ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือนทุกชิ้น + ลดเพิ่มสูงสุด 15% พร้อมบัตรกำนัลห้างฯ รวมสูงสุด 20,000 บาท จากสถาบันการเงิน, รับคูปองส่วนลดเงินสด มูลค่า 500 บาท จาก M CARD APPLICATION สำหรับซื้อสินค้าที่ POWER MALL มุลค่า 5,000 บาท ขึ้นไป สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกไทยประกันชีวิต PRIVILEGE รับฟรีโค้ดส่วนลด มูลค่า 100 บาท ใช้เป็นส่วนลด เมื่อซื้อสินค้าภายในงาน โดยกดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น ไทยประกันชีวิต ที่ เดอะมอลล์ สาขาบางแค และบางกะปิ เฉพาะวันที่ 22 ธันวาคม 2565 – 4 มกราคม 2566 เท่านั้น

นอกเหนือจากนี้ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย ที่สลับหมุนเวียนกันมาสร้างสีสันมอบความสุข ตลอดระยะเวลาการจัดงาน อาทิ  กิจกรรมความสนุกสุดมันส์กับดีเจที่สลับหมุนเวียนมาสร้างบรรยากาศความสนุกในการช้อปปิ้ง, กิจกรรมการเล่นเกมส์ จากแบรนด์ NINETENDO, PREDATOR , กิจกรรมสาธิต COOKING SHOW โดยเชฟชื่อดัง จากแบรนด์ SAMSUNG, ELECTROLUX, BOSCH TEFAL, VERASU, KITCHENAID กิจกรรมจากแบรนด์ TEMPTECH กับเทคนิคการเพิ่มสุนทรียในการดื่มไวน์, กิจกรรม WORKSHOP จากแบรนด์ APPLE SAMSUNG HUAWEI OPPO กิจกรรม BEAUTY WORKSHOP จากแบรนด์ DYSON เป็นต้น

งาน “เพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า ในครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นการส่งมอบความสุข และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งยังช่วยสร้างสีสัน และกระตุ้นการจับจ่ายและกำลังซื้อของลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นมหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลูกค้ารอคอย และคุ้มค่าที่สุดในรอบปี เรียกว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรุ่นใหม่ (NEW GEN LIFESTYLE) มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับความสุขแบบอัพไซส์ จาก POWER MALL ผ่านคุณภาพและความครบครันของสินค้าและการบริการ พร้อมโปรโมชั่นแบบจัดเต็ม คาดว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าจะกลับมาคึกคักได้แน่นอน นายจักรกฤษณ์กล่าวปิดท้าย

Adblock test (Why?)


เพาเวอร์ มอลล์ กระตุ้นตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโค้งสุดท้าย ส่งความสุขแบบอัพไซส์ จัดงาน POWER MALL ELECTRONICA - มติชน
Read More

พรีวิว OPPO Reno8 5G 12+256GB อัปเกรดความจุใหม่เร็วแรงยิ่งกว่า กล้องถ่ายพอร์ตเทรตระดับแฟลกชิป - Siamphone

OPPO Reno8 5G 12+256GB อัปเกรดความจุใหม่จากเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เร็วแรงยิ่งกว่า บนดีไซน์สุดหรู Streamlined Unibody ไร้รอยต่อแบบสมาร์ทโฟนแฟลกชิป โดดเด่นด้วยสี Sunkissed Beige สีทองแบบใหม่แบบสับ ชูจุดเด่นความเป็นสมาร์ทโฟน 5G ถ่ายคนสวยในทุกสภาพแสง ด้วยกล้อง 50MP AI Portrait Camera เซ็นเซอร์คู่ Sony IMX766 ในกล้องหลัง และเซ็นเซอร์ Sony IMX709 ในกล้องหน้า ถ่ายพอร์ตเทรตกลางคืนได้อย่างคมชัด แบตใหญ่ชาร์จไว 80W SUPERVOOC ชาร์จเต็มร้อยในเวลาเพียง 28 นาทีเท่านั้น

เร็วแรงยิ่งขึ้นกับ RAM 12GB + ROM 256GB

OPPO Reno8 5G 12+256GB มาพร้อมขุมพลัง MediaTek Dimensity 1300 5G-integrated SoC ขบวนการผลิต 6nm รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G และ Wi-Fi 6 เพื่อการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เร็วแรงขึ้นกว่าเดิมกับ RAM ขนาด 12GB และ ROM 256GB เรียกว่ามาพร้อมกับหน่วยความจำเต็มความจุ เพิ่มพื้นที่การประมวลผลให้มาขึ้น บวกเข้ากับเทคโนโลยี RAM Expansion ที่สามารถเพิ่ม RAM เสมือนให้มากขึ้นที่ 2GB, 3GB และ 5GB ตามความต้องการและความเหมาะสมในการใช้งาน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมมิ่ง เล่นเกมหนักๆ พร้อมเปิดปิดแอปพลิเคชั่นไว้ ก็ไม่ทำให้เครื่องเกิดอาการหน่วงช้า หรือเกมกระตุกจนขัดใจ มีความสเถียรและรวดเร็ว เก็บไฟล์ภาพ, วิดีโอ เอกสาร หรือดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ได้แบบจัดเต็ม ไม่ต้องมาถ่ายลงคอมบ่อยๆ มีพื้นที่เหลือให้สนุกได้เยอะขึ้น

ดีไซน์ไร้รอยต่อ กับสีใหม่ Sunkissed Beige

OPPO Reno8 5G 12+256GB ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยกับสุนทรียศาตร์แห่งการออกแบบ กับดีไซน์ Streamlined Unibody Design ตัวเครื่องขอบเหลี่ยมที่เพิ่มความคลาสสิกให้กับสมาร์ทโฟน ฝาหลังดีไซน์ไร้รอยต่อ ที่มีการรวมแผงโมดูลกล้องเข้าด้วยกัน มอบความสมูทไร้รรอยต่อ ให้ความรู้สึกเสมือนสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิป ทั้งยังป้องกันการจับตัวของฝุ่น ที่อาจสะสมอยู่รอบๆ เลนส์กล้อง ทำให้ภาพถ่ายไม่ใชัดเจน

OPPO Reno8 5G 12+256GB มาพร้อมกับสีใหม่ Sunkissed Beige สีทองสุดหรู สัมผัสดี ไม่เกิดรอยนิ้วมือ เฉดสีทองที่เล่นกับลวดลายเอ็ฟเฟ็กต์ แรงบันดาลใจจากผ้าออแกนซ่า ผ้าทอเนื้อโปร่ง บางใส ที่มีเส้นด้ายสานเป็นเกลียวแน่น ทำให้ตัวเครื่องมีความน่าค้นหา สวยทันสมัย และสง่างาม

ดีไซน์รอบตัวเครื่องอันพิถีพิถัน

อย่างที่ทราบกันดีว่า OPPO Reno Series มีความโดดเด่นเรื่องของดีไซน์อันพิถีพิถันทันสมัยในทุกๆ รุ่น ดังนั้น OPPO Reno8 5G 12+256GB จึงพร้อมส่งต่อความงดงามนี้ให้ถึงมือผู้ใช้งาน ด้วยดีไซน์ไร้รอยต่อแบบ Streamlined Unibody ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนเรือธงของ OPPO

ถึงแม้จะบรรจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่ OPPO Reno8 5G 12+256GB มาพร้อมขนาดที่เพรียวบาง ด้วยความหนาของเครื่องเพียง 7.67 มม. และมีน้ำหนักเบา 179 กรัม รู้สึกกระชับเมื่อถือจับใช้งาน รวมถึงใช้งานมือเดียวได้ัแบบสบายๆ

หน้าจอแบบ AMOLED กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD (2400x1080 พิกเซล) อัตรา Refresh Rate สูงสุด 90Hz แสดงผลได้สวยงามคมชัด สีสันสดใส พร้อมรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

ส่วนบนหน้าจอที่มุมด้านซ้าย มีดีไซน์แบบ Punch-Hole AMOLED FHD Display ติดตั้งกล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4 เหนือขึ้นไปตรงกลางเป็นลำโพงเสียง

รอบตัวเครื่องมีปุ่มการใช้งานครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Power ที่ด้านขวามือ และปุ่มเพิ่มลดระดับเสียงที่ติดตั้งไว้ทางซ้ายของเครื่อง

ตัวเครื่องด้านล่างมีพอร์ต USB Type C อยู่ตรงกลาง ฝั่งขวาเป็นลำโพงเสียง ส่วนฝั่งซ้ายมีไมโครโฟน พร้อมกับช่องใส่ถาดซิมการ์ด รองรับ Nano SIM จำนวน 2 ช่อง และไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอก

ด้านหลังของ OPPO Reno8 5G 12+256GB เป็นดีไซน์ไร้รอยต่อระหว่างฝาหลังกับโมดูลกล้อง พื้นผิวมีความเรียบลื่น มาพร้อมสีใหม่ Sunkissed Beige สีทองอ่อนสร้างแรงบันดาลใจ มาพร้อมผ้าออร์แกนซาเป็นประกาย มอบความสวยนำสมัยและสง่างาม ป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือได้ดี ติดตั้งกล้องหลัง 3 เลนส์ ประกอบด้วย กล้องหลัก 50MP เซ็นเซอร์ Sony IMX766, กล้องมาโคร 2MP และกล้องเลนส์ Wide angle 8MP พร้อมไฟแฟลช บริเวณมุมมบนด้านซ้าย

กล้องพอร์ตเทรต ถ่ายสวยทุกสภาพแสง

ด้วยเซ็นเซอร์คู่ Sony IMX766 บนกล้องหลักความคมชัดสูง 50MP และ IMX709 บนกล้องหน้าความละเอียด 32MP ช่วยให้การถ่ายภาพพอร์ตเทรตแบบหน้าชัดหลังเบลอของ OPPO Reno8 5G 12+256GB ออกมาชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแสงแบบใด เมื่อถ่ายภาพในสภาพแสงจ้า ความคมของการตัดขอบของบุคคลและพื้นหลังก็ทำได้เนียนกริบ เสมือนเราได้ถ่ายภาพด้วยกล้องระดับโปร หรือเมื่อถ่ายในเวลากลางคืน ด้วยความใหญ่ของเซ็นเซอร์คู่ Sony IMX766 และ IMX709 ซึ่งจะเปิดรับแสงได้มากขึ้น จึงทำให้ภาพพอร์ตเทรตในสภาพแสงน้อยนั้น มีความสว่างชัดมากขึ้น ความคมของวัตถุ มิติของแสงและเงาต่างๆ มีความสวยเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะแตกต่างจากการใช้แสงแฟลชโดยสิ้นเชิง

สเปคกล้องใน OPPO Reno8 5G 12+256GB

  • กล้องหลัก : ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซนเซอร์ Sony IMX766 มุมมองภาพ 86 องศา
  • เลนส์ Wide angle : ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 มุมมองกว้าง 112 องศา
  • เลนส์ Macro : ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 จับระยะวัตถุใกล้ 4 ซ.ม.
  • กล้องหลังรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดระดับ 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที
  • กล้องหน้า : ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 เซนเซอร์ Sony IMX709 มุมมองภาพ 85 องศา
  • กล้องหน้ารองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดระดับ 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที

กล้องมุมกว้าง

OPPO Reno8 5G 12+256GB มาพร้อมเลนส์ Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ให้ภาพมุมมองกว้าง 112 องศา เก็บองค์ประกอบได้อย่างครบถ้วนสวยงาม ให้ได้มุมมองที่กว้างขึ้น และดูน่าสนใจ

ภาพมาโคร

ด้วยเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล จะช่วยจับภาพวัตถุระยะใกล้ 4 ซ.ม. ขยายรายละเอียดเล็กๆ ออกมาได้สวยงามและคมชัด

ภาพพอร์ตเทรต

การถ่ายภาพพอร์ตเทรตซึ่งถือเป็นจุดชูโรงของ OPPO Reno8 5G 12+256GB นั้น ก็ทำได้ไม่เสียสโลแกน "The Portrait Expert" จากเลนส์ที่มีความคมชัดสูง การเก็บรายละเอียดต่างๆ ของภาพจึงทำได้ดีขึ้น มีฟีเจอร์ต่างๆ มารองรับ เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของภาพให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ AI Portrait Retouching ที่สามารถระบุลักษณะใบหน้าที่สำคัญได้ถึง 193 จุด ทำให้การปรับแต่งใบหน้าของบุคคล มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา คงความเป็นเอกลักษณ์ของบุคคลนั้นได้เป็นอย่างดี ทั้งเพศ, อายุ, โทนสีของผิว ซึ่งถือเป็นข้อดีของการถ่ายภาพบุคคล

นอกจากนี้ การโฟกัสบุคคลยังมีความสว่าง และให้รายละเอียดที่คมชัดยิ่งขึ้น โดยจะสังเกตได้จากมิติของใบหน้า ขนคิ้ว ความตื้นลึกของตา สามารถตัดขอบบุคคลกับพื้นหลังได้เนียนขึ้น การเก็บปอยผมเรียบร้อยดี ดูเป็นธรรมชาติ ฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait ละลายดวงไฟโบเก้ที่พื้นหลังได้เสมือนถ่ายด้วยกล้อง DSLR แสงไฟโบเก้ด้านหลังมีความละมุนละไม ดวงไฟมีความกลม ทำให้ภาพออกมาสวยงามน่าค้นหา

Night Portrait

สำหรับใครที่ชอบการถ่ายภาพตอนกลางคืน โดยเฉพาะช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ที่ทุกที่จะเต็มไปด้วยแสงไฟประดับประดาสวยๆ ฟีเจอร์ Night Portrait บน OPPO Reno8 5G 12+256GB จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ด้วยเซ็นเซอร์คู่ Sony IMX766 บนกล้องหลักความคมชัดสูง 50MP และ IMX709 บนกล้องหน้าความละเอียด 32MP และอัลกอริธึม Turbo RAW ที่ผ่านการอัปเกรดมาแล้ว จะช่วยดึงประสิทธิภาพของกล้องถ่ายพอร์ตเทรตเวลากลางคืนให้เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการลดนอยส์ในภาพ เพิ่มความสว่างชัดเจน และยังเพิ่มความเร็วในการแสดงภาพตัวอย่างหลังจากการกดชัตเตอร์ขึ้นอีก 40% ไม่ต้องยืนนิ่งๆ รอนานๆ เวลาถ่ายภาพนั่นเอง

สามารถเข้าไปใช้งานฟีเจอร์ Night Portrait โดย เปิดกล้อง >> เลือก Photo/Night

ชาร์จไว 80W SUPERVOOC

OPPO Reno8 5G 12+256GB ให้ความจุของแบตเตอรี่มาเท่ากันที่ 4500mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 80W SUPERVOOC ซึ่งทางแบรนด์เคลมไว้ว่า OPPO Reno8 5G 12+256GB สามารถชาร์จ 100% ภายในเวลา 28 นาที และเมื่อชาร์จเพียง 5 นาที สามารถเล่นเกมได้อีก 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว Battery Health Engine ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ OPPO ที่สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตขนาดใหญ่ จากการควบคุมกระแสไฟชาร์จและแรงดันไฟอัจฉริยะ ซึ่งผ่านการทดสอบโดย TÜV Rheinland

จอ ALOMED Display ที่คมชัด

OPPO Reno8 5G 12+256GB มีดีไซน์หน้าจอ AMOLED Display แบบ Punch-Hole ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD (2400x1080 พิกเซล) รองรับอัตรา Refresh Rate สูงสุด 90Hz ให้การแสดงผลที่ลื่นไหล รวดเร็ว มีความคมชัด สีสันสวยสดตามแบบฉบับ AMOLED ทั้งยังรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอได้อีกด้วย

ราคาวางจำหน่ายและโปรโมชั่น

OPPO Reno8 5G 12+256GB วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในราคา 21,990 บาท ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ขอขอบคุณ : OPPO

แคตตาล็อกตัวเครื่อง : OPPO Reno8 5G 12+256GB

https://www.siamphone.com/spec/oppo/reno8.htm

Adblock test (Why?)


พรีวิว OPPO Reno8 5G 12+256GB อัปเกรดความจุใหม่เร็วแรงยิ่งกว่า กล้องถ่ายพอร์ตเทรตระดับแฟลกชิป - Siamphone
Read More

รีวิว Death Stranding Director's Cut เล่นบน iPad Pro M2 - iPhoneMod

ในที่สุดสาวก Apple อย่างเราก็ได้เล่นเกม Death Stranding เวอร์ชัน Director’s Cut บนอุปกรณ์ Apple กันแล้ว ใครอยากลองเล่นเข้าไปซื้อเกมใน App S...