Rechercher dans ce blog

Thursday, September 1, 2022

รีวิว vivo Y02s สมาร์ตโฟนน้องเล็ก จอใหญ่ 6.51" พร้อมพลังแบตอึด 5000mAh - iphone-droid.net

รีวิว vivo Y02s

รีวิว vivo Y02s สมาร์ตโฟนในสโลแกน “That’s Y” อีกรุ่นของทาง vivo ที่จัดสเปคมาแบบใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและมาในราคาสุดประหยัด จับต้องได้สบายๆ และใช้งานทั่วไปได้ไหลลื่นเลย วันนี้ทีมงาน iphone-droid.net จะมารีวิวเต็มๆ ให้ได้ชมกันครับ

สรุปสเปค vivo Y02s

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.95 × 75.55 × 8.19mm มม.
  • น้ำหนัก : 182 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Halo FullView Display ชนิด LCD (IPS) ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 × 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio P35 Octa-core
  • RAM : 3GB
  • ROM : 32GB รองรับ MicroSD สูงสุด 1TB
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • ระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย Funtouch OS 12
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz, Bluetooth 5.0 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh

ดีไซน์ทันสมัยพร้อมความโค้มน 2.5D

แม้ว่า vivo Y02s จะเป็นรุ่นเล็กของตระกูล vivo Y Series แต่ดีไซน์ทำได้สวยงามเกินราคาเลยทีเดียวครับ ด้วยความโค้งมนแบบ 2.5D ที่ขอบหน้าจอแสดงผล ช่วยให้จับได้ถนัดมือและใช้งานได้นานมากขึ้นด้วย

รีวิว vivo Y02s

ส่วนที่ฝาหลังจะเป็นวัสดุโพลิเมอร์ PMMA และ PC ที่ให้ความรู้สึกคล้ายกระจกมากๆ เวลาสัมผัสครับ ป้องกันร้อยนิ้วมือและรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยให้เครื่องมีความเบาเพียง 182 กรัมเท่านั้นด้วย

โดยสีที่เราได้มาเป็นสี Vibrant Blue ที่ให้ความรู้สึกที่คล้ายกับผิวน้ำที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ดูสดใส และยังมีการเล่นแสงเวลาตกกระทบมาที่ฝาหลังอีกด้วยครับ โดยตัวเครื่องจะมีอีกหนึ่งสีให้เลือกด้วยคือ Fluorite Black

รีวิว vivo Y02s

ได้ความทนทานขั้นสุด

สำหรับ vivo Y02s และสมาร์ตโฟนทุกเครื่องของ vivo ได้รับการทดสอบอย่างเข้มข้น ได้มาตรฐานความทนทานและใช้งานได้นานหลายปีแน่นอน ดังนี้

  • ปุ่มปรับระดับเสียง : กด 70,000 ครั้ง ต้านทาน 7 กก.
  • ปุ่มเปิด-ปิด : กด 150,000 ครั้ง ต้านทาน 7 กก.
  • พอร์ต USB : เสียบ/ถอดปลั๊ก 10,000 รอบ
  • พอร์ตหูฟัง : เสียบ/ถอดปลั๊ก 6,500 รอบ
รีวิว vivo Y02s

หน้าจอ Halo Fullview Display ขนาดใหญ่ รับชมได้เต็มตา

รีวิว vivo Y02s มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Halo Fullview Display ชนิด LCD ขนาดใหญ่ 6.51 นิ้ว ความคมชัดระดับ HD+ (1600 x 720 พิกเซล) ทำให้ผู้ที่ชอบดูวิดีโอหรือภาพยนตร์ต่างๆ บนสมาร์ตโฟนทำได้เต็มตาแน่นอนครับ และความคมชัดในระดับ HD+ ก็ถือว่าทำได้เป็นอย่างดีแล้วครับ

รีวิว vivo Y02s

พาชมรอบเครื่อง

ที่เหนือหน้าจอแสดงผลของ vivo Y02s จะมีกล้องหน้าพร้อมลำโพงสำหรับการสนทนามาให้ครับ

รีวิว vivo Y02s

ที่ด้านขวาตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

ด้านล่างเครื่องจะมีทั้งช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลักครับ

รีวิว vivo Y02s

ส่วนด้านบนจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot แบ่งเป็นซิมการ์ด Nano SIM 2 ซิมในเครื่องเดียว และเลือกใส่ MicroSD ความจุสูงสุด 1TB ได้อีก 1 ตัวเลยด้วย ทำให้ไม่ต้องเลือกว่าจะตัดอะไรออกไปครับ

รีวิว vivo Y02s
รีวิว vivo Y02s

และที่ด้านหลังจะมีโมดูลกล้องขนาดใหญ่ 1 เลนส์ที่ด้านบน โดยที่ด้านล่างจะเป็นกรอบของไฟแฟลช LED 1 ดวง และมีสัญลักษณ์ AI CAM ASPHERICAL

รีวิว vivo Y02s

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

vivo Y02s แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย Funtouch OS 12 ซึ่งเป็น OS ล่าสุดของทาง vivo ในตอนนี้ครับ ทำให้ใช้งานได้เสถียรและไหลลื่นมากที่สุดเช่นกัน ซึ่งจุดนี้ต้องชมทาง vivo ที่ให้ Android 12 มากับรุ่นเล็กครับ

รีวิว vivo Y02s

มาพร้อมโหมดถนอมสายตา

ใครที่ชอบใช้งานในที่แสงน้อยหรือตอนกลางคืนบ่อยๆ vivo Y02s ก็มาพร้อมโหมดถนอมสายตาเพื่อตัดแสงรบกวนสีฟ้าออกไป โดยที่เราสามารถปรับความเข้มของสีได้ตามความชอบครับ

รีวิว vivo Y02s

ปลดล็อกด้วยใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่ารุ่นนี้จะไม่มีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ แต่ระบบแสนใบหน้าก็ใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่งการใช้งานจริงๆ ไม่จำเป็นต้องตั้งตรงเพื่อสแกนใบหน้าเลยครับ เพียงแค่วางและมองลงเวลาถือใช้งานก็ปลดล็อกหน้าจอได้เลยทันที

รีวิว vivo Y02s

EasyShare ส่งไฟล์ได้ง่ายและรวดเร็ว

ใครที่ใช้สมาร์ตโฟนของ vivo มานานแล้ว ก็อาจได้เคยใช้งาน EasyShare กันมาบ้างแล้ว ซึ่งจะเป็นฟีเจอร์ที่ให้ส่งข้อมูลหรือไฟล์ต่าง ได้รวดเร็วมากเพียงกดแค่แชร์คลิกเดียวเท่านั้น

รีวิว vivo Y02s

iManager เคลียร์ขยะง่ายสุดในคลิกเดียว

สำหรับแอปพลิเคชั่น iManager เป็นแอปพื้นฐานที่ติดตั้งมากับเครื่องเลยครับ โดยจะเป็นการล้างพื้นที่และขยะต่างๆ ให้พื้นที่ว่างของเครื่องมากขึ้นเพียงกดคลิกเดียวเท่านั้น

รีวิว vivo Y02s

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

vivo Y02s ใข้หน่วยประมวลผล MediaTek P35 Octa-core ความเร็ว 2.3GHz ขนาด 12 นาโนเมตร ในการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลรุ่นประหยัดที่ใช้งานได้ไหลลื่น เน้นการประหยัดพลังงานให้ใช้งานได้ครบทั้งวันแน่นอนครับ

รีวิว vivo Y02s

ผลคะแนนการทดสอบด้านประสิทธิภาพด้าน CPU, GPU และหน่วยความจำบน AnTuTu ได้มาที่ 113,228 คะแนน

รีวิว vivo Y02s

มาพร้อม Multi-Turbo 5.5 และ Ultra Game Mode เพิ่มความเร็วในการเล่นเกมให้ไหลลื่น

2 ฟีเจอร์ที่เราบอกมานี้ ได้เข้ามาอยู่ในรุ่นเล็กอย่าง vivo Y02s เช่นกันครับ โดย Multi-Turbo เวอร์ชัน 5.5 เข้ามาช่วยให้ตัวเกมมีการปรับแต่งภาพกราฟิกได้สวยงามยิ่งขึ้น ไหลลื่นกว่าเดิม และเฟรมเรทวิ่งในระดับคงที่มากที่สุดครับ ทั้งยังมี Ultra Game Mode ที่ช่วยให้เราใช้งานแถบด้านข้างเพื่อปรับแต่งระหว่างเล่นเกมได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมครับ

รีวิว vivo Y02s

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

รีวิว vivo Y02s

ใครที่เล่นเกม ROV ในรุ่นนี้สามารถเปิดทุกอย่างสุงสุดได้ทั้งหมดครับ ยกเว้นการแสดงผลที่ได้แค่สูงเท่านั้น โดยเราลองเล่นไประมาณ 2 รอบ เฟรมเรทก็อยู่ที่ประมาณ 55-60fps โดยเฉลี่ยทั้งเกม ภาพมีความไหลลื่น ไม่เจออาการกระตุกใดๆ ถือว่าทำได้ดีมากๆ สำหรับเครื่องราคานี้

PUBG Mobile

รีวิว vivo Y02s

ขณะที่เกมที่กราฟิกและใช้ทรัพยากรสูงขึ้นมาหน่อยอย่าง PUBG Mobile ก็สามารถเปิดภาพได้ในระดับสมดุลและเฟรมเรทกลาง ซึ่งใครไม่ซีเรียสเรื่องภาพและเน้นความไหลลื่นก็สบายเลยครับ

แบตเตอรี่อึด รองรับ Reverse Charging เปลี่ยนเครื่องให้เป็นแบตเตอรี่สำรองในตัว

vivo Y02s จัดแบตเตอรี่มาให้ถึง 5000mAh ซึ่งชาร์จเต็ม 1 ครั้งสามารถอยู่ได้ครบวันแล้วครับ โดยสามารถดูวิดีโอระดับ HD ได้นานสุด 18 ชั่วโมง, เล่นเกมนานสุด 12 ชั่วโมง และฟังเพลงผ่าน Spotify ได้นานสุด 35 ชั่วโมง

รีวิว vivo Y02s

ด้วยความที่แบตเตอรี่ให้มาเยอะถึง 5000mAh ก็สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank ได้เลยเหมือนกัน โดยรองรับฟีเจอร์ Reverse Charging ที่กำลังไฟ 5V/1A

รีวิว vivo Y02s

กล้องชัดถ่ายสวยคมชัด 8MP

รีวิว vivo Y02s

AI Camera ถ่ายสวยเกินราคา

vivo Y02s มาพร้อมกับกล้องหลังคมชัด 8 ล้านพิกเซล ประมวลผลด้านการถ่ายภาพได้รวดเร็ว และผลลัพธ์ที่ถ่ายออกมาทำได้สวยงามเลยครับ สีสันมีความสดใส และถ้าถ่ายถ่ายในสภาพแสงกลางแจ้ง ฟ้าใสๆ จะได้ความสดใสเข้ามาเพิ่มเติมเข้าไปอีกขั้น

ถ่าย Portrait เบลอหลังเนียนเป็นธรรมชาติ

ใครที่ชอบถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait รุ่นนี้ก็รองรับเช่นกันครับ โดยการตัดขอบเพื่อเบลอฉากหลังทำได้เนียนพอสมควรเลยทีเดียว แต่การปรับบิวตี้ต้องใช้งานในโหมด “สวยงาม” เพื่อแต่งความสวยงามของใบ้หน้าครับ

เซลฟี่สวยด้วย Face Beauty

กล้องหน้าของ vivo Y02s รองรับโหมด Portrait เพื่อให้ได้ภาพที่มีมิติมากขึ้นเมื่อเซลฟี่ ที่สำคัญก็ยังรองรับโหมดสวยงามเพื่อปรับแต่งใบหน้าได้ 3 แบบ ได้แก่ ปรับผิว, โทนสีผิว และปรับขาว

สรุปการใช้งาน

ใครที่มองหาสมาร์ทโฟนสักรุ่นไว้เพื่อการใช้งานทั่วไป vivo Y02s นับเป็นอีกรุ่นที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ ด้วยความเร็วของเครื่อง เล่นเกมทั่วไปได้สบายๆ รวมถึงแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000mAh และกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลที่ใช้งานได้ดีเลยทีเดียวครับ แถมยังได้พอร์ต USB Type-C ที่เป็นพอร์ตมาตรฐานของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ไม่ใช้พอร์ต Micro USB แบบเก่าๆ

รีวิว vivo Y02s

ราคาและวันวางจำหน่าย

vivo Y02s จะมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีฟ้า Vibrant Blue และสีดำ Fluorite Black โดยมีราคาเพียง … บาท และเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กันยายน 2565 เป็นต้นไป

Adblock test (Why?)


รีวิว vivo Y02s สมาร์ตโฟนน้องเล็ก จอใหญ่ 6.51" พร้อมพลังแบตอึด 5000mAh - iphone-droid.net
Read More

CASETiFY x Street Fighter ดึงมังงะจากเกมฮิตในตำนาน คอลเลกชั่นใหม่สุดปัง - Siamphone

CASETiFY เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ธีม “Street Fighter” วิดีโอเกมในตำนาน ปลุกแฟนพันธุ์แท้สายมังงะ ให้กับมามีชีวิตชีวากับความมันส์สุดระทึกของสังเวียน “World Warrior” และตัวละครอันเป็นเอกลักษณ์ที่จะอยู่บนอุปกรณ์ไอทีสุดรักของทุกคน

ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดในคอลเลกชัน CASETiFY x Street Fighter คือ Limited-edition Chun-Li Lenticular Case ที่มีดีไซน์ลีลา ร้อยกำปั้นหมัดดาวเหนือ” (The Hokuto Hyakuretsu-ken หรือ Lightning Kick) หนึ่งในท่าไม้ตายที่น่าจดจำมากที่สุดของ “ชุนหลี” (Chun-Li) มังงะชื่อดังก้องโลก ซึ่งเป็นการชกหมัดอย่างรวดเร็ว จนเกิดภาพรัวหลายร้อยหมัด ปรากฎในฉากสำคัญหลาย ๆ เกมของแฟรนไชส์ สตรีทไฟท์เตอร์”

สำหรับคอลเลคชัน CASETiFY x Street Fighter แฟน ๆ ชุนหลี สามารถเก็บสะสมเคสโทรศัพท์มือมือ อุปกรณ์เสริม และอุปกรณ์ตกแต่งที่ขายดีที่สุดของ CASETiFY กับดีไซน์ท่าต่อสู้อันเป็นสัญลักษณ์ระดับตำนาน โดยเคสรุ่น Limited-edition Chun-Li Lenticular Case เป็นรุ่นลิมิเต็ด จะวางจำหน่ายในราคา 2,099 - 2,299 บาท

เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 35 ปีของ Street Fighter คอลเลกชันนี้ยังเพิ่มกิมมิกให้แฟน ๆ ได้ส่งเสียงเฮโดยได้นำเอาสัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเกมมาสร้างสรรค์อุปกรณ์ตกแต่ง เริ่มจากฉากไตเติ้ล ไปจนถึงฉากการต่อสู้สุดมันส์หลายฉาก

เชื่อมโยงประสบการณ์การเล่นเกมที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ Street Fighter เคยนำเสนอ อาทิ เคสโทรศัพท์มือถือแบบสกรีนที่มีให้เลือกหลายคัดตัวละคร จะมีพื้นที่กระจกในสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้แฟนๆ มองเห็นตัวเองเป็นนักสู้ในวิดีโอเกมได้ในทันที นอกจากนั้น ยังมีอุปกรณ์เสริมที่ปรับแต่งได้ตามใจชอบ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของ CASETiFY ยังช่วยให้แฟน ๆ ตกแต่งเคสคอลเลกชันการต่อสู้นี้ ด้วยชื่อของตัวเอง VS Chun-Li, Ryu หรือ Guile

คอลเลกชัน Street Fighter x CASETiFY’ เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกบนเว็บไซต์ casetify.com/co-lab รวมถึงสั่งซื้อออนไลน์ได้บนแอปฯ ใหม่ CASETiFY Co-Lab app (ดาวน์โหลดได้จาก App Store) และที่ CASETiFY Studio ทุกสาขา พิเศษสุดลงทะเบียนรับสิทธิ์ในการซื้อคอลเลกชันก่อนใคร ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ CASETiFY.com  

Adblock test (Why?)


CASETiFY x Street Fighter ดึงมังงะจากเกมฮิตในตำนาน คอลเลกชั่นใหม่สุดปัง - Siamphone
Read More

HUAWEI Mate 50 อาจรองรับการเชื่อมต่อดาวเทียม ปาดหน้า iPhone 14 - Flashfly

iPhone ถูกลือมานาน 2 – 3 ปีแล้ว เกี่ยวกับการเชื่อมต่อกับระบบดาวเทียมเพื่อใช้ในการสื่อสารเมื่อมีอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือ และรายงานล่าสุดคาดว่าจะพร้อมนำมาใช้งานกับ iPhone 14 เป็นรุ่นแรก อย่างไรก็ตาม HUAWEI Mate 50 ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวก่อน iPhone 14 เพียง 1 วัน อาจกลายเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับการเชื่อมต่อดาวเทียม

แหล่งข่าวรายงานว่า สมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 50 อาจสนับสนุนการเชื่อมต่อกับดาวเทียม Beidou ซึ่งเป็นระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่สร้างขึ้นและดำเนินการอย่างอิสระในประเทศจีน และนับเป็นระบบนำทางด้วยดาวเทียมรุ่นที่ 3 ถัดจาก GPS และ GLONASS

จุดประสงค์ในการเชื่อมต่อกับดาวเทียมของ HUAWEI Mate 50 เป็นแนวทางเดียวกับ Apple นั่นคือ ช่วยให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนสามารถส่งข้อความฉุกเฉิน เมื่ออยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือ

ทั้งนี้ การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับระบบดาวเทียมนำทาง Beidou เกิดจากความร่วมมือกันหลายภาคส่วน ได้แก่ China Ordnance Industry Group Co., Ltd., China Mobile Communications Group Co., Ltd., China Electronics Technology Group Co., Ltd. และ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในประเทศจีน หมายความว่านอกจาก HUAWEI อาจมีสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นที่สามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียม Beidou ตามออกมาในอนาคต

ที่มา – iPhoneWired

Adblock test (Why?)


HUAWEI Mate 50 อาจรองรับการเชื่อมต่อดาวเทียม ปาดหน้า iPhone 14 - Flashfly
Read More

Sony เปิดตัว Xperia 5 IV เพิ่มไมโครโฟนคุณภาพสูง ?... - Droidsans

ปีที่แล้ว Sony ฉีกธรรมเนียมเดิม ๆ โดยการเผยโฉม Xperia 5 III ในเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าเร็วกว่าปกติมาก แต่ปีนี้ Xperia 5 IV กลับมาเปิดตัวในเดือนกันยายนอย่างที่ควรจะเป็นอีกครั้ง ดีไซน์ภายนอกไม่ได้ปรับเปลี่ยนมากนัก ยกเว้นในส่วนของเฟรมเครื่องที่ปรับมาใช้แบบขอบเหลี่ยมตามสมัยนิยม แต่ภายในมีการอัปเกรดที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะการเพิ่มแบตเตอรี่จาก 4500 เป็น 5000mAh และชิป Snapdragon 8 Gen 1 สุดแรง

ในขณะที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ต่างยอมแพ้ในตลาดมือถือจอเล็กกันไปแล้ว แต่ Sony ยังคงยึดมั่นกับแนวทางนี้อย่างแน่วแน่ รอบนี้ Xperia 5 IV ก็ยังมาในคอนเซปต์เรือธงในร่างคอมแพ็กเหมือนเดิม

ดูหนังเพลิน ด้วยหน้าจอ OLED แบบ 21:9 พร้อมลำโพงสเตอรีโอ

Xperia 5 IV มากับหน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว บนสัดส่วน 21:9 แบบเดียวกับโรงภาพยนตร์ พร้อมอัตรารีเฟรช 120Hz ตัวหน้าจอมีการปรับเทียบสีมาเป็นพิเศษเพื่อให้มีความเที่ยงตรงมากที่สุด ทั้งยังรองรับการแสดงผลในช่วงสี DCI-P3 และ BT.2020 รวมถึง HDR สิ่งสำคัญคือการปรับปรุงให้มีความสว่างมากกว่ารุ่นก่อนหน้ามากถึง 50%

ลำโพงสเตอรีโอทั้งสองตัวเป็นอีกส่วนที่ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน จากการออกแบบโครงสร้างลำโพงใหม่ทำให้สามารถขับเสียงได้สมดุลทั้งซ้ายขวา มีมิติสมจริงกว่าเดิม และรองฟีเจอร์ 360 Reality Audio สามารถเปิดใช้งานได้จากลำโพงโดยตรงแล้ว ไม่ถูกจำกัดเฉพาะการฟังผ่านหูฟังอีกต่อไป ส่วน DESEE Ultimate กับ Dolby Atmos แน่นอนว่ายังรองรับเหมือนเดิม

กล้องหลังเลนส์ครบช่วง กล้องหน้าอัปเกรดเซนเซอร์ใหม่

ในแง่กล้องและการถ่ายภาพ เริ่มจากฝั่งฮาร์ดแวร์ Xperia 5 IV มีกล้องหลังสามตัว พร้อมเคลือบโคตติง ZEISS T* ลดการเกิดแฟลร์และแสงสะท้อนหน้าเลนส์ และเซนเซอร์ RGBC-IR สำหรับวัดอุณหภูมิแสง เลนส์แต่ละตัวมีระยะ 16, 24 และ 60 มม.ตามลำดับ ให้สลับใช้งานได้ทุกช่วงระยะ ครอบคลุมอัลตราไวด์ ไวด์ และเทเลโฟโต โดยจะรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 120 เฟรมต่อวินาทีได้จากทุกเลนส์

กล้องหน้ามีการเปลี่ยนเซนเซอร์ใหม่ในรอบหลายปี จากที่ใช้ 8MP มานาน ตอนนี้ขยับมา 12MP แล้ว โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งความละเอียดและขนาดเซนเซอร์โดยรวม และฟีเจอร์ใหม่คือ ถ่ายวิดีโอได้ที่ 4K ในโหมด HDR

ฟีเจอร์การถ่ายภาพยัดมาแน่นเอี้ยด

ฝั่งฟังก์ชันการใช้งาน Xperia 5 IV มีโหมดโฟกัส Continuous AF โฟกัสติดตามวัตถุและ Eye AF โฟกัสติดตามดวงตา ทั้งสองอย่างนี้สามารถใช้งานร่วมกันได้เพื่อเพิ่มความแม่นยำให้สูงกว่าปกติ และรองรับการใช้งานร่วมกับเลนส์ทุกตัวเช่นกัน

Sony ยังได้ออกแบบอัลกอริทึมการทำงานของเซนเซอร์กล้องให้มีอัตราการส่งข้อมูลที่รวดเร็วประกอบกับหน่วยประมวลผลที่ทรงพลัง นำไปสู่การคำนวน AF และ AE ได้มากถึง 60 ครั้งต่อวินาทีให้โหมดปกติ และ 20 ครั้งต่อวินาทีขณะอยู่ในโหมด HDR

ไมโครโฟนคุณภาพสูง และแอปอัดเสียงเฉพาะทาง ถูกใจคนทำเพลง

สิ่งที่ดูแปลกใหม่สำหรับ Xperia 5 IV คือ คุณสมบัติด้านการบันทึกเสียงที่ Sony ไม่เคยโปรโมตมาในรุ่นก่อน ๆ โดยรอบนี้มีการใส่ไมโครโฟนคุณภาพสูงมาให้ รวมถึงไปดึงทีม Sony Music มาช่วยพัฒนาแอปใหม่ที่ชื่อว่า Music Pro ซึ่งออกแบบมาสำหรับคนทำเพลงโดยเฉพาะ ทำได้ทั้งบันทึกเสียงและตัดต่อเสียงได้ทันทีจากในมือถือ มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนและเสียงสะท้อนในตัว

ฟีเจอร์ใหม่ เอาใจเกมเมอร์

Game Enhancer สามารถเล่นเกมพร้อมสตรีมขึ้น YouTube ได้โดยตรงโดยไม่ตรงลงแอปเสริม พร้อมฟีเจอร์ใหม่บางส่วน อย่างแรกคือ L-y Raiser สำหรับปรับการแสดงผลค่าแกมมาขณะเล่นเกม ช่วยให้มองเห็นศัตรูได้ชัดแม้อยู่ในฉากมืด ถัดมาคือ ตัวเลือกการปรับอีควอไลเซอร์เสียงเพื่อเน้นเสียงในบางย่านให้เด่นชัด และสุดท้ายคือ ปุ่ม R.T. Record ที่เมื่อกดไปแล้วจะเป็นการบันทึกวิดีโอย้อนหลัง 30 วินาที เป็นฟีเจอร์แบบเดียวกับที่มีอยู่ใน PS4 และ PS5 ณ ปัจจุบัน

สเปค Xperia 5 IV

  • จอภาพ : OLED ขนาด 6.1 นิ้ว
    – ความละเอียด FHD+
    – สัดส่วน 21:9
    – อัตรารีเฟรช 120Hz
    – ขอบเขตสี 100% ของ DCI-P3
    – รองรับ HDR
  • ชิป : Snapdragon 8 Gen 1
  • หน่วยความจำ : RAM 8GB
  • สตอเรจ : UFS 128GB, รองรับ microSD card สูงสุด 1TB
  • กล้องหลัง :
    – กล้องหลัก 12MP, ระยะเลนส์ 24 มม.
    – กล้องอัลตราไวด์ 12MP, ระยะเลนส์ 16 มม.
    – กล้องเทเลโฟโต 12MP, ระยะเลนส์ 60 มม.
    – โคตติง ZEISS T*
  • กล้องหน้า : 12MP
  • ลำโพง : สเตอรีโอ
    – รองรับ 360 Reality Audio
    – รองรับ DSEE Ultimate
    – รองรับ Dolby Atmos
  • เครือข่าย : 5G
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax
    – Bluetooth 5.2
    – NFC
  • เซนเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือ
  • แบตเตอรี่ : 5000mAh
  • ความทนทาน : ทนน้ำและฝุ่น IP65 / IP68
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 12

ราคาและการวางจำหน่าย

Sony ประกาศราคา Xperia 5 IV ออกมาที่ 1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 36,600 บาท ไม่รวมภาษี ตัวเครื่องมีสามสี ได้แก่ สีดำ สีเขียว และสีเงิน กำหนดการพรีออร์เดอร์ยังไม่ประกาศ

Adblock test (Why?)


Sony เปิดตัว Xperia 5 IV เพิ่มไมโครโฟนคุณภาพสูง ?... - Droidsans
Read More

รีวิว THE LAST OF US PART I สุดท้ายแล้วพวกเรากลับมาอีกครั้งแบบรีเมก - Sanook

หมายเหตุ ภาพเกม capture จากโหมดความละเอียด Performance+

ในปีค.ศ.2013 นั้น ทีมงาน Naughty Dog ที่เคยฝากผลงานเอาไว้จากซีรีส์ Crash Bandicoot, Jak and Daxter และ Uncharted และได้สร้างประสบการณ์ใหม่เกมผจญภัยให้ผู้เล่นที่ชื่อ The Last of Us ซึ่งวางจำหน่ายบน PlayStation 3 ด้วยโทนเรื่อง เนื้อหาและการนำเสนอที่เข้มข้นและจริงจังกับธีมเกมซอมบี้ติดเชื้อ จนมีภาคต่อในปีค.ศ.2020 ด้วยชื่อว่า The Last of Us Part II ให้ได้เล่นกัน

และในวันนี้ 9 ปีให้หลัง ตัวเกมภาคแรกสุดก็ได้กลับมาอีกครั้งในแบบการรีเมกบน PlayStation 5 ด้วยชื่อที่ปรับใหม่เป็น The Last of Us Part I เพื่อให้สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน แล้วการรีเมกครั้งนี้จะเป็นอย่างไร

เปิดเข้าเกมมาผู้เล่นจะได้พบกับหน้าจอที่คุ้นเคยจากภาคเก่า โดยเมื่อเราเล่นจบเนื้อเรื่องหลักแล้วเราจะสามารถเข้าเล่นบท Left Behind ต่อได้นั่นเอง ส่วนโหมดพิเศษนั้นก็มี โมเดลตัวละครให้เราใช้แต้มที่เล่นมาปลดและภาพ  Artwork และเบื้องหลังการสร้างให้เราได้ชมกันด้วย

the-last-of-us-remake(1)

โดยภาครีเมกนี้ลงให้เฉพาะ PS5 เราก็จะสามารถปรับภาพความละเอียดของเกมได้ว่าจะเน้นที่ภาพสวย หรือ เฟรมเรตขนาด 4K 40hz ก็ไม่ทำให้ขัดลูกตาหรือรู้สึกภาพกระตุกแต่อย่างไร

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของ The Last of Us Part I จะเล่าเกี่ยวกับโลกในปีค.ศ.2013 (ซึ่งเป็นปีที่เกมวางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่อง Play Station 3) ได้เกิดเหตุการณ์เชื้อราสายพันธุ์ใหม่ระบาดไปทั่วโลก ซึ่งทำให้เหล่าผู้ติดเชื้อขาดสติยั้งคิด คลุ้มคลั่งเข้าทำร้ายผู้อื่น ตัวเอกของโจเอล(Joel) ก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้และนำไปสู่สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของเขาตลอดไป ในอีก 20 ปีให้หลัง (ปีค.ศ.2033 ในเกม) เขาที่ใช้ชีวิตเป็นคนรับจ้างลักลอบขนของเถื่อนจากเขตกักกันก็จะได้พบเจอกับเด็กสาวที่ชื่อเอลลี (Ellie) ซึ่งจะนำพาไปสู่เหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปอีกครั้ง

the-last-of-us-remake(2)

ส่วนทุกอย่างของเกมบน PS5 นี้ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องหรือบท การเคลื่อนไหวของตัวละครและอื่นๆจะเหมือนกันกับที่เคยวางจะหน่าย บน PlayStation 3 มาก่อนหรือแม้แต่ภาครีมาสเตอร์บน PlayStation 4 ก็จะไม่มีอะไรให้ต้องพูดถึงกันมากนักครับ นั่นเพราะองค์ประกอบในแง่เนื้อหาทั้งหมดเหมือนเดิมโดยที่ไม่มีการเพิ่มเติมฉากคัตซีนพิเศษหรืออะไรทั้งนั้น จังหวะการเล่น จังหวะการเกิดเหตุการณ์ ฉาก set piece ทั้งหลาย หรือบรรดา optional conversation (บทสนทนาที่ไม่บังคับ) ทั้งหมดล้วนมีเหมือนเดิมครับ ซึ่งก็รวมถึงเนื้อหาในส่วนของ Left Behind ซึ่งเดิมเป็น DLC สำหรับเกมต้นฉบับบน PS3 ด้วยเช่นเดียวกัน

ภาษาในเกม

ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเกมภาคนี้ได้รับการแปลไทยเช่นเดียวกับ The Last of Us Part II ที่วางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้ ยืนยันได้ว่าคุณภาพการแปลนั้นอยู่ในขั้นดีครับ ถ้าจะให้คะแนนการแปลนั้นก็คงอยู่ที่ราว 90% ได้ ไม่ว่าจะบทสนทนาในเกม หรือพวกเอกสารใด ๆ ก็อ่านได้ไหลลื่นไม่มีติดขัดเลย นี่ยังไม่รวมมุขตลกๆที่ตัวละครพูดคุยกัน (ถึงมันจะมีน้อยก็เถอะ)

the-last-of-us-remake(2)

เกมเพลย์

โดยรวมแล้วตัวเกมได้ถอดทุกอย่างมาจาก Play Station 3 มาจนหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นการคราฟของ การหลับเข้าที่กำบัง ระบุตำแหน่งศัตรู รวมถึงระบบการอัปเกรดตัวละครหรืออัปเกรดอาวุธต่าง ๆ

the-last-of-us-remake(3)

เพียงแต่ว่าพอนำเอาเอ็นจินที่ใช้ในการพัฒนา Part II มารีเมก Part I ใหม่ก็เลยมีการเพิ่มเติมองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้ามา แทนที่จะทำให้แตกต่างกันไปเลยสุดท้ายมันก็คือระบบจาก Part II ทั้งหมด และสิ่งที่ขัดใจผมมากที่สุดคือไม่มีระบบ Online 

สรุป

The Last of Us Part I คือเกมรีเมกจากต้นฉบับที่แทบจะเหมือนต้นฉบับ หากว่าใครที่ยังไม่เคยเล่นมาก่อนเลยก็ขอแนะนำให้เล่น เพราะนี่คือหนึ่งในเกมชั้นเยี่ยมที่จะถูกกล่าวถึงไปอีกนาน ส่วนใครที่เคยเล่นต้นฉบับหรือภาครีมาสเตอร์มาแล้ว ถ้าหากอยากจะสัมผัสเรื่องราวและความประทับใจที่คุณเคยสัมผัสมาก่อน The Last of Us Part I นี้ก็จะเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างโจเอลและเอลลีในแบบฉบับที่ซึ้งที่สุดแล้วหล่ะครับ ข้อเสียของเกมก็คงมีจุดเดียวจริงๆ คือการที่ไม่มีระบบ Online ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกมที่สนุกมากๆ หวังว่าผู้พัฒนาจะนำมาใส่ให้พวกเราในอนาคต (ถึงแม้มันจะไม่มีหวังก็เถอะ)

9.5/10

รีวิว By Darkcfw

Adblock test (Why?)


รีวิว THE LAST OF US PART I สุดท้ายแล้วพวกเรากลับมาอีกครั้งแบบรีเมก - Sanook
Read More

รีวิว Death Stranding Director's Cut เล่นบน iPad Pro M2 - iPhoneMod

ในที่สุดสาวก Apple อย่างเราก็ได้เล่นเกม Death Stranding เวอร์ชัน Director’s Cut บนอุปกรณ์ Apple กันแล้ว ใครอยากลองเล่นเข้าไปซื้อเกมใน App S...